Header

mark

ความรักสุกงอม... แต่ร่างกายพร้อมหรือยัง? เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ เพื่ออนาคตที่สมบูรณ์ของลูกรัก

06 กุมภาพันธ์ 2569

blog

ในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก หลายคู่รักมักเลือกช่วงเวลานี้ในการเริ่มต้นวางแผนชีวิตคู่และสร้างครอบครัว แต่ในมิติของการสร้างชีวิตใหม่นั้น “ความรัก” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถิติอัตราการเกิดที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง และปัญหา “ภาวะมีบุตรยาก” กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่หลายครอบครัวต้องเผชิญ

การเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการบำรุง แต่คือการตรวจเช็กและปรับสมดุลร่างกายในเชิงลึก เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับทารกที่จะเกิดมา

สถิติและสถานการณ์ปัจจุบัน: ทำไมการเตรียมตัวจึงสำคัญ?

จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า อัตราการเกิดในประเทศไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปีที่ผ่านมาจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 70 ปี นอกเหนือจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมแล้ว ปัญหาด้านสุขภาพเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การตั้งครรภ์ล่าช้าหรือล้มเหลว

 

 

พญ.ประยงค์ศรี คำประพันธ์ สูตินรีแพทย์ ประจำโรงพยาบาลธนกาญจน์ ให้ข้อมูลว่า การเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ สามารถลดความเสี่ยงจากการแท้งบุตร ภาวะครรภ์เป็นพิษ และความพิการแต่กำเนิดของทารกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการวางแผนครอบครัวยุคใหม่

และปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลต่อภาวะมีบุตรยาก คือการใช้ชีวิตของผู้หญิงในปัจจุบันเต็มไปด้วยปัจจัยกระตุ้นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสืบพันธุ์ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นปัจจัยที่เรามองข้าม

  1. ความเครียดและไลฟ์สไตล์ (Stress & Lifestyle): ความเครียดสะสมส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมน Cortisol ซึ่งไปรบกวนวงจรการตกไข่ ทำให้โอกาสในการปฏิสนธิลดลง
  2. ภาวะอักเสบในร่างกาย (Chronic Inflammation): การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรือการสัมผัสมลภาวะอย่าง PM 2.5 ส่งผลให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์ ซึ่งมีผลต่อคุณภาพของเซลล์ไข่
  3. โรคทางกรรมพันธุ์และโรคแฝง: โรคบางชนิด เช่น พาหะธาลัสซีเมีย หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจไม่แสดงอาการ แต่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อทารกในครรภ์

 

 

การผสานศาสตร์การแพทย์และธรรมชาติบำบัดเพื่อความพร้อมที่สมบูรณ์

การเตรียมตัวที่เห็นผลลัพธ์ดีที่สุด คือการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Care) ทั้งจากการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์และการปรับโภชนาการ รวมถึงการตรวจสุขภาพเชิงรุก (Medical Check-up): การตรวจเลือดเพื่อหาความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และการฉีดวัคซีนที่จำเป็น เช่น วัคซีนหัดเยอรมัน ล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ เป็นสิ่งที่ พญ.ประยงค์ศรี เน้นย้ำเพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก

 

 

คุณวริษา เนื้อนุ้ย บาร์โรด์ CEO Mommy Booster ผู้เชี่ยวชาญด้าน Naturopathy ให้คำแนะนำว่า การทานสารอาหารที่ช่วยบำรุงไข่และมดลูก เช่น กรดโฟลิก (Folic Acid), สังกะสี (Zinc) และไขมันดีจากธรรมชาติ รวมถึงการเรียนรู้วงจรของร่างกายตัวเอง (Cycle Syncing) จะช่วยให้คุณแม่รู้จังหวะที่ร่างกายพร้อมที่สุดสำหรับการปฏิสนธิ
การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์คือบทพิสูจน์ของความรักและการแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตใหม่ที่จะเกิดขึ้น การใช้เวลาเตรียมกายและใจให้พร้อมไม่เพียงแต่จะเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ แต่ยังเป็นการส่งมอบต้นทุนทางสุขภาพที่ดีที่สุดให้กับลูกรักตั้งแต่อยู่ในครรภ์ PRINC Group พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการให้คำปรึกษาและสนับสนุนทุกครอบครัวให้เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่นี้ด้วยความมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
 

บทความสุขภาพอื่น ๆ

ข่าวสุขภาพ

กรมอนามัย แนะ เริ่มต้นป้องกัน “โรคมะเร็ง” ด้วยตนเอง เพียงปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และตรวจคัดกรอง

โรคมะเร็ง เป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว สาเหตุการเกิดโรคมะเร็งมาจาก “พฤติกรรมการใช้ชีวิต” ที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เป็นอีกหนึ่งวิธีการป้องกันโรคมะเร็งต้วยตนเองที่ดี

บทความทางการแพทย์

โรคไทรอยด์เป็นพิษ อย่าคิดว่าไม่อันตราย

13 มีนาคม 2567

ไทรอยด์เป็นพิษ คืออะไร อาการเป็นอย่างไร รักษาได้อย่างไร

อาการน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างผิดปกติ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น เห็นก้อนขนาดใหญ่ที่บริเวณคอ หากคุณมีอาการเหล่านี้ ร่างกายกำลังบ่งบอกว่าต่อมไทรอยด์ของคุณมีความผิดปกติ อาจเสี่ยงไทรอยด์เป็นพิษ

ข่าวสุขภาพ

19 มกราคม 2569

ตุ่ม-ผื่นขึ้น อย่ามองข้าม ‘ฝีดาษลิง’ รู้ทัน ป้องกันได้ ไม่ตื่นตระหนก

หลายคนอาจรู้สึกว่า ฝีดาษลิง หรือ ฝีดาษวานร เงียบไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง โรคนี้ ยังไม่หายไปไหน และยังคงพบผู้ป่วยเป็นระยะ ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรสะสมประมาณ 1,000 ราย แม้จะไม่ใช่โรคใหม่ แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการสัมผัสใกล้ชิด