Header

mark

เล่นน้ำสงกรานต์อย่างไร ให้ปลอดภัยจาก “ตาอักเสบ”

12 เมษายน 2567

avatar เขียนโดย : นพ.โสภณ นิลกำแหง, พริ้นซ์ มุกดาหาร

blog

เล่นน้ำสงกรานต์อย่างไร ให้ปลอดภัยจาก “ตาอักเสบ”

การเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนาน ซึ่งเป็นเวลาที่ทุกคนได้ร่วมกันแสดงความสุขและความสามัคคี อย่างไรก็ตาม  ในขณะที่เราสนุกสนานกับการเล่นน้ำ ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นได้ เช่น "ตาอักเสบ" ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วงเทศกาลนี้

อาการและสาเหตุ

"ตาอักเสบ" เกิดจากการระคายเคืองหรือการติดเชื้อในส่วนของตาได้แก่เยื่อบุตา กระจกตารวมถึงเปลือกตา อาการที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ความรู้สึกเหมือนมีฝุ่นในตา, ตาแดง, คัน,ตามัวลง และมีน้ำตาไหล ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สาเหตุหลักของตาแดงอาจมาจากน้ำที่ไม่สะอาด ฝุ่น หรือสารเคมีที่ปนเปื้อนในน้ำที่ใช้เล่น 

การป้องกัน

  1. ใส่แว่นตากันน้ำ  ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำและสารปนเปื้อนเข้าสู่ตาได้
  2. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำที่ไม่สะอาด หรือน้ำที่ใส่สีปนเปื้อน
  3. ไม่ถูตาด้วยมือ  หลีกเลี่ยงการถูตาด้วยมือที่สกปรก เพราะสามารถนำเชื้อโรคเข้าสู่ตาได้
  4. ใช้น้ำสะอาดล้างตา  หากตาของคุณรู้สึกไม่สบายหรือคัน ให้ใช้น้ำสะอาดล้างตาเบาๆ ไหลผ่านตาทันที
  5. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางค์รอบดวงตา  เพื่อลดความเสี่ยงของการระคายเคือง
  6. ล้างมือบ่อยๆ  ล้างมืออย่างสม่ำเสมอด้วยสบู่และน้ำ   

การรักษา

หากเกิดอาการตาแดงขึ้นแล้ว ควรหยุดการใช้งานตามกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการระคายเคืองเพิ่มเติม และล้างตาด้วยน้ำสะอาด ควรปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง หรือหากมีอาการรุนแรง เช่น การมองเห็นลดลง หรือมีของเหลวหรือหนองไหลออกจากตาเนื่องจากเกิดแผลที่กระจกตาหรือรุนแรงถึงกระจกตาทะลุได้

การรักษาอาการตาอักเสบเบื้องต้นอาจใช้ยาหยอดตาต้านจุลชีพ  ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรพบจักษุแพทย์ทันที

 

บทความสุขภาพอื่น ๆ

บทความทางการแพทย์

สัญญาณเตือนโรคร้าย “มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก”

01 พฤศจิกายน 2566

สัญญาณเตือนโรคร้าย “มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก”

ท้องผูกสลับท้องเสีย อาการที่ดูเหมือนจะปกติแต่รู้หรือไม่!! นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับที่ 3 ของคนไทย

ข่าวสุขภาพ

เรื่องควรรู้ ! ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ปี 2025 
เรื่องควรรู้ ! ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ปี 2025 

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) โดยสายพันธุ์ A และ B เป็นสาเหตุหลักของการระบาดในมนุษย์ ความสามารถในการกลายพันธุ์ของไวรัสเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนบนพื้นผิวไวรัส Hemagglutinin (H) และ Neuraminidase (N) ส่งผลให้เกิดสายพันธุ์ย่อยใหม่ๆ อยู่เสมอ การระบุชนิดย่อยของเชื้อ เช่น H1N1 หรือ H3N2 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการติดตามการระบาดและพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ

บทความทางการแพทย์

08 สิงหาคม 2568

“ภาวะ Infodemic” พฤติกรรมจากการเสพข่าวมากเกินขนาด เช็กด่วน! คุณเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงหรือไม่?

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดยั้งผ่านโซเชียลมีเดีย การรับรู้ข่าวสารอาจกลายเป็นดาบสองคมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเราโดยไม่รู้ตัว ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า “Infodemic” หรือ “โรคระบาดข่าวสาร” เกิดจากการผสมของ 2 คำ คือ information" (ข้อมูล) และ "epidemic" (โรคระบาด) ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ปริมาณข่าวที่มากเกินไป แต่ยังรวมถึงความเร็ว ความซ้ำซาก และความคลุมเครือของข่าวที่สร้างความเครียดอย่างต่อเนื่อง