
โรคพาร์กินสัน รู้ทันก่อนสาย อาการและการรักษา (Parkinson's disease)
28 มีนาคม 2567

‘พาร์กินสัน’ สร้างปัญหาการเคลื่อนไหวในผู้สูงอายุ รับการฟื้นฟูอย่างถูกต้อง ใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงตามปกติ
โรคพาร์กินสัน หรือ ‘โรคสั่นสันนิบาต’ เป็นอีกหนึ่งโรคที่มีชื่อคุ้นหูสำหรับใครหลายคน และมักพบได้บ่อยรองลงมาจากโรคอัลไซเมอร์ อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ทราบว่า จริง ๆ แล้ว โรคพาร์กินสันเกิดจากอะไร และสามารถรักษาได้อย่างไร โดยวันนี้ เครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จะมาแบ่งปันเนื้อหาสาระดี ๆ เกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาโรคพาร์กินสัน ให้ทุกคนได้ทราบกัน
พาร์กินสัน เกิดจากอะไร ?
‘โรคพาร์กินสัน’ (Parkinson’s Disease) เป็นโรคที่มักเกิดในผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีสาเหตุมาจากการทำงานที่ผิดปกติของส่วนหนึ่งของสมองส่วนกลางที่มีชื่อว่า ‘เบซอลแกงเกลีย’ ซึ่งสมองส่วนนี้ ทำหน้าที่ผลิตสารสื่อประสาทสำคัญที่มีชื่อว่า ‘โดพามีน’ ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อสมองส่วนนี้ทำงานผิดปกติ จะนำไปสู่การผลิตสารโดพามีนที่ลดลง และผลกระทบที่ตามมาก็คือการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ผิดปกตินั่นเอง

พาร์กินสัน มีอาการอย่างไร ?
- ร่างกายสั่น เกร็ง
- ข้อต่อติดแข็ง เคลื่อนไหวช้า การทรงตัวไม่ดี
- เขียนตัวอักษรเล็กลง
- เสียงค่อยและเบาลง
- สีหน้าไร้อารมณ์
- หลังค่อม ตัวงุ้มลง
- การรับกลิ่นลดลง
- มีการขยับแขนและขาอย่างรุนแรงขณะหลับ
พาร์กินสัน รักษาได้อย่างไร ?
ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีการรักษาโรคพาร์กินสันให้หายขาดได้ แต่เราสามารถช่วยประคับประคองให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้:
- การทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เสริมความแข็งแรง และความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อ
- การรักษาด้วยการรับยา
- การรักษาด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นสมองส่วนลึก ในกลุ่มผู้ป่วยระยะท้าย

พาร์กินสัน ป้องกันได้อย่างไร ?
ปัจจุบัน ยังไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนของการเกิดโรคพาร์กินสัน แต่มีสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น อุบัติเหตุทางสมอง และการรับยาที่เกี่ยวข้องกับอาการทางจิตเวช แม้ว่าทางการแพทย์จะยังไม่ทราบสาเหตุของโรค แต่เราสามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองได้โดยการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ตลอดจนรักษาสุขภาพใจ ใช้ชีวิตให้ไม่วิตกกังวล หรือเครียดจนเกินไป
หากพบสัญญาณโรคพาร์กินสัน ควรปรึกษาแพทย์ทันที
หากพบว่าตนเองหรือคนในครอบครัวเริ่มมีอาการผิดปกติทางร่างกาย ที่อาจเป็นสัญญาณของโรคพาร์กินสัน ควรเข้ารับคำปรึกษาโดยแพทย์ทันที และหากตรวจวินิจฉัยพบโรคพาร์กินสันแล้ว ควรรีบเข้ารับการกายภาพบำบัดที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญ
ข้อมูลโดย นพ.เจษฎา ศรีกุลศศิธร อายุรแพทย์ระบบประสาท รพ.พิษณุเวช
ข้อมูล ณ ตุาคม .66
บทความสุขภาพอื่น ๆ
บทความทางการแพทย์
06 กุมภาพันธ์ 2569
ความรักสุกงอม... แต่ร่างกายพร้อมหรือยัง? เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ เพื่ออนาคตที่สมบูรณ์ของลูกรัก
ในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก หลายคู่รักมักเลือกช่วงเวลานี้ในการเริ่มต้นวางแผนชีวิตคู่และสร้างครอบครัว แต่ในมิติของการสร้างชีวิตใหม่นั้น “ความรัก” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถิติอัตราการเกิดที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง และปัญหา “ภาวะมีบุตรยาก” กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่หลายครอบครัวต้องเผชิญ
ข่าวสุขภาพ
กรมการแพทย์ เตือน สัญญาณโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หากพบ ควรพบแพทย์ทันที อันตรายถึงชีวิต
ปัจจุบัน คนไทยเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันมากที่สุด เป็นอันดับ 3 รองจากอุบัติเหตุและโรคมะเร็ง โดยจากสถิติพบว่า มีคนไทยป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น 21,700 ราย/ปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
บทความทางการแพทย์
06 พฤศจิกายน 2566
เจ็บ แน่นหน้าอก สัญญาณอันตราย เสี่ยง “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ”
อาการเจ็บ แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ปวดร้าวที่แขนหรือไหล่ด้านหลัง อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่!!












