Header

mark

‘มะเร็งปากมดลูก’ สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของหญิงไทย คัดกรองก่อน ป้องกัน-รักษาได้

28 มีนาคม 2567

avatar เขียนโดย : พญ.อรรถยา รัตนแก้ว ,รพ.พิษณุเวช

blog

‘มะเร็งปากมดลูก’ สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของหญิงไทย คัดกรองก่อน ป้องกัน-รักษาได้

 

มะเร็งปากมดลูก เป็นอีกหนึ่งภัยเงียบอันดับต้น ๆ ที่พรากชีวิตหญิงไทย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคดังกล่าวจะฟังดูอันตราย อีกทั้งยังถูกตรวจวินิจฉัยพบได้บ่อย แต่มะเร็งปากมดลูกมักถูกมองข้ามโดยกลุ่มวัยรุ่น และผู้ใหญ่ตอนต้น ว่าเป็นโรคที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป โดยวันนี้ เครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จะมาแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก ให้ทุกคนได้เรียนรู้กัน

มะเร็งปากมดลูก คืออะไร ?

‘มะเร็งปากมดลูก’ เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นในเซลล์ปากมดลูก ซึ่งอยู่บริเวณช่วงล่างของมดลูกและเชื่อมต่อกับช่องคลอด โดยโรคมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดฮิวแมนแปปปิโลมาไวรัส (Human Papillomavirus) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘เอชพีวี’ (HPV) นั่นเอง ซึ่งเป็นเชื้อที่มักจะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์

มะเร็งปากมดลูก สามารถรักษาได้อย่างไร

 

มะเร็งปากมดลูก มีอาการแสดงอย่างไร ?

โดยปกติแล้ว มะเร็งปากมดลูก มักจะไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่เราสามารถสังเกตความผิดปกติของร่างกาย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งปากมดลูกได้ ดังนี้:

  • ตกขาวผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เช่น มีมากกว่าปกติ หรือมีเลือดปน
  • เลือดออกจากช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังมีเพศสัมพันธ์ เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • เลือดออกหลังจากหมดประจำเดือน หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • ปวดท้องน้อย โดยเฉพาะปวดบริเวณหัวหน่าว
  • ปัสสาวะไม่ค่อยออก มีเลือดปน/ อุจจาระปนเลือด
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • ปวดหลัง ขาบวม ไตวาย (กรณีที่มะเร็งมีระยะลุกลามรุนแรง)

มะเร็งปากมดลูก สามารถรักษาได้อย่างไร ?

การรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก อาจแตกต่างกันออกไปตามระยะของอาการ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะใหญ่ ๆ ได้แก่:

  • ระยะก่อนมะเร็ง
    • การคัดกรอง ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ด้วยการตรวจภายใน ตรวจแพปสเมียร์ (Pep Smear) และการตรวจด้วยกล้องขยาย (Colposcope) ทุก 4 - 6 เดือน เนื่องจากรอยโรคบางชนิดสามารถหายได้เองใน 1 - 2 ปี
    • การจี้ปากมดลูกด้วยความเย็น
    • การตัดปากมดลูกออกเป็นรูปกรวยด้วยมีด
  • ระยะลุกลาม การเลือกวิธีในการรักษาขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวของผู้ป่วย และระยะของโรค
    • ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 บางราย: สามารถรักษาได้โดยการตัดมดลูกออกแบบกว้าง ร่วมกับการเลาะต่อมน้ำเหลืองเชิงกรานออก
    • ระยะที่ 2 ถึงระยะที่ 4: สามารถรักษาได้โดยการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด

มะเร็งปากมดลูก มักจะไม่แสดงอาการในระยะแรก

มะเร็งปากมดลูก สามารถป้องกันได้อย่างไร ?

การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี (HPV) เป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด เนื่องจากเชื้อเอชพีวีเป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูก การฉีดวัคซีนเอชพีวี จะต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 - 2 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน นอกเหนือจากการรับวัคซีน การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางการป้องกัน และรักษาที่สำคัญ

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ป้องกัน-รักษาได้

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก คือ การตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูก เป็นการตรวจหารอยโรคระยะก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง และมะเร็งระยะเริ่มแรก หากเราตรวจวินิจฉัยพบโรคในช่วงนี้ จะทำให้สามารถรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ รวมถึงรักษามะเร็งระยะเริ่มแรกอย่างได้ผล

 

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ควรทำทุก 2 - 3 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสตรีที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป โดยวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบันสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่นิยมใช้ ได้แก่: 

  • การตรวจแพปสเมียร์ (Pep Smear) เป็นการตรวจทางเซลล์วิทยา โดยการตรวจภายในด้วยกล้องขยาย เพื่อทำการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
  • การตรวจด้วยวิธี ThinPrep Pap Test เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยเก็บตัวอย่างเซลล์ด้วยของเหลว สามารถเก็บตัวอย่างเซลล์ได้มากกว่า
  • การตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ด้วยวิธีการตรวจ DNA แบ่ง เป็นการตรวจร่วมกับการตรวจทางเซลล์วิทยา และการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV เพียงอย่างเดียว วิธีการตรวจนี้สามารถระบุสายพันธ์ุของเชื้อไวรัสได้ และสามารถค้นพบรอยโรคได้เร็ว
  • ตรวจด้วยกล้องขยาย (Colposcope) ตรวจร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา
  • การตรวจวิธีอื่น ๆ ที่อาจช่วยในการวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก ได้แก่
    • การขูดภายในปากมดลูก
    • การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า
    • การตัดปากมดลูกออกเป็นรูปกรวยด้วยมีด

 

PRINC ปักหมุดอีสานล่าง! เปิด "ศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา แห่งแรกของศรีสะเกษ" ครบวงจรทุกสิทธิการรักษา

หมดกังวลเรื่อง "มะเร็งปากมดลูก" และโรคมะเร็งทุกประเภท! ศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา โรงพยาบาลพริ้นซ์ศรีสะเกษ พร้อมให้บริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งแบบครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลพริ้นซ์ศรีสะเกษ ดูแลคุณอย่างใกล้ชิด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมดูแลผู้ป่วยมะเร็งในภาคอีสานล่าง และพื้นที่ใกล้เคียง

 

 

บทความโดย : พญ.อรรถยา รัตนแก้ว ,รพ.พิษณุเวช

ข้อมูล ณ ต.ค.66

 

บทความสุขภาพอื่น ๆ

ข่าวสุขภาพ

ไขข้อสงสัย ฝีดาษลิง สายพันธุ์ใหม่ ‘Clade 1B’ เหตุใดจึงถูกยกระดับเป็นภัยฉุกเฉินระหว่างประเทศ

โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) สายพันธุ์ Clade 1B ทั่วโลกรวมถึงไทยที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2567 นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้แถลงข่าวการพบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1B รายแรกในประเทศไทย เดินทางจากทวีปแอฟริกา ตรวจพบอาการสงสัยโรคฝีดาษลิง สายพันธุ์ Clade 1B ที่ทั่วโลกกำลังเฝ้าระวัง ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงได้ขยายไปทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศแถบทวีปแอฟริกา 

บทความทางการแพทย์

“ภาวะไขมันในเลือดสูง”  ภัยเงียบตัวร้ายเสี่ยงหลายโรค

07 พฤศจิกายน 2566

“ภาวะไขมันในเลือดสูง” ภัยเงียบตัวร้ายเสี่ยงหลายโรค

“ภาวะไขมันในเลือดสูง” เป็นหนึ่งภัยเงียบต่อสุขภาพที่นำไปสู่โรคร้ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองอุดตันเกิดอัมพฤกษ์อัมพาต และโรคหลอดเลือดหัวใจภาวะไขมันในเลือดสูง

บทความทางการแพทย์

มะเร็งเต้านม

02 พฤศจิกายน 2566

มะเร็งเต้านม

“มะเร็งเต้านม” ภัยเงียบที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยมากเป็นอันดับ 1