Header

mark

โรคกระเพาะ โรคยอดฮิตที่รบกวนการใช้ชีวิต มีอาการอย่างไร และต้องรักษายังไง

26 มีนาคม 2567

avatar เขียนโดย : นพ.ภูวพัศ พิศุทธกุล, รพ.พิษณุเวช

blog

‘โรคกระเพาะ’ โรคยอดฮิตที่รบกวนการใช้ชีวิต มีอาการ เข้ารับการตรวจวินิจฉัย บรรเทาอาการได้

 

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือที่นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า ‘โรคกระเพาะอาหาร’ หรือ ‘โรคกระเพาะ’ เป็นโรคที่ถูกตรวจวินิจฉัยพบได้บ่อย มีอาการที่ค่อนข้างรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ตลอดจนอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นที่มีความรุนแรงมากกว่าอีกด้วย อย่างไรก็ดี โรคกระเพาะ ไม่ใช่แค่โรคที่เกิดขึ้นจากการไม่รับประทานอาหารตามเวลา หรือรับประทานอาหารน้อย โดยวันนี้ เครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จะมาแบ่งปันเนื้อหาสาระดี ๆ เกี่ยวกับโรคกระเพาะ ให้ทุกคนได้ทราบกัน

อาการโรคกระเพาะที่ค่อนข้างรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

โรคกระเพาะ มีสาเหตุมาจากอะไร ?

โรคกระเพาะ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น:

  • การติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร
  • การใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ หรือการใช้ยาแอสไพริน
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ตลอดจน ความเครียด

โรคกระเพาะ มีอาการอย่างไร ?

ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร อาจมีอาการที่แตกต่างกันออกไป เช่น:

  • มีอาการปวด จุกแน่น หรือแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่
  • มีอาการแน่นท้องหลังรับประทานอาหาร อิ่มเร็ว
  • ในบางราย อาจมีอาการกรดไหลย้อนร่วมด้วย

โรคกระเพาะ มีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย

หากมีสัญญาณ โรคกระเพาะ ควรทำอย่างไร ?

หากมีอาการ สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน เพื่อประเมินความรุนแรง ตรวจเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร รวมทั้งช่วยวินิจฉัยแยกโรคอื่น ๆ ในกระเพาะอาหารที่มีอาการคล้ายคลึงกัน เช่น โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นต้น

ตรวจวินิจฉัย เข้ารับการรักษา บรรเทาอาการได้

หลังจากตรวจวินิจฉัยพบโรคกระเพาะ สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาตามแพทย์สั่ง เช่น ยาต้านการหลั่งกรด ร่วมกับยารักษาตามอาการอื่น ๆ ตลอดจนปรับพฤติกรรม และเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น รับประทานอาหารให้ตรงเวลา งดดื่มสุรา สูบบุหรี่หรือยาที่อาจทำให้โรครุนแรงขึ้น เป็นต้น

 

บทความโดย : นพ.ภูวพัศ พิศุทธกุล, รพ.พิษณุเวช, ต.ค.6

บทความสุขภาพอื่น ๆ

ข่าวสุขภาพ

19 มกราคม 2569

ตุ่ม-ผื่นขึ้น อย่ามองข้าม ‘ฝีดาษลิง’ รู้ทัน ป้องกันได้ ไม่ตื่นตระหนก

หลายคนอาจรู้สึกว่า ฝีดาษลิง หรือ ฝีดาษวานร เงียบไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง โรคนี้ ยังไม่หายไปไหน และยังคงพบผู้ป่วยเป็นระยะ ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรสะสมประมาณ 1,000 ราย แม้จะไม่ใช่โรคใหม่ แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการสัมผัสใกล้ชิด

ข่าวสุขภาพ

กรมอนามัย แนะ เริ่มต้นป้องกัน “โรคมะเร็ง” ด้วยตนเอง เพียงปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และตรวจคัดกรอง

โรคมะเร็ง เป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว สาเหตุการเกิดโรคมะเร็งมาจาก “พฤติกรรมการใช้ชีวิต” ที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เป็นอีกหนึ่งวิธีการป้องกันโรคมะเร็งต้วยตนเองที่ดี

บทความทางการแพทย์

12 เมษายน 2567

เล่นน้ำสงกรานต์อย่างไร ให้ปลอดภัยจาก “ตาอักเสบ”

"ตาอักเสบ" เกิดจากการระคายเคืองหรือการติดเชื้อในส่วนของตาได้แก่เยื่อบุตา กระจกตารวมถึงเปลือกตา อาการที่พบได้ทั่วไป